การกำกับดูแลกิจการที่ดี

เพื่อให้บริษัทในกลุ่มไออาร์พีซี...
มีการบริหารจัดการด้านภาษีอากรที่รัดกุมและส่งเสริมการสร้างมูลค่าเพิ่มสูงสุดให้แก่ผู้ถือหุ้น

เพื่อให้บริษัทในกลุ่ม ไออาร์พีซี ยึดมั่นในหลักการบริหารจัดการด้านภาษีอากรที่โปร่งใส เป็นธรรมอย่างยั่งยืน และมีแนวทางการปฏิบัติงานด้านภาษีอากรสอดคล้องเป็นไปในทิศทางเดียวกัน เพิ่มการกำกับดูแลที่ดีและความตระหนักในหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย โดยยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องตามข้อบังคับและกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่างๆ ทั้งหมด โดยเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งถึงการเสียภาษีอย่างเป็นธรรมและเชื่อถือได้เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน จึงขอยกเลิกคำสั่งประกาศบริษัท ที่ 005/2560 ลงวันที่ 24 เมษายน 2560 และกำหนดนโยบายภาษีกลุ่มไออาร์พีซีใหม่ ดังนี้

  • ข้อ 1. การวางแผนและแนวทางการปฏิบัติทางด้านภาษี
    • การปฎิบัติตามกฎหมาย
    • ให้บริหารจัดการด้านภาษีอากรเพื่อประโยชน์ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่างๆ โดยการเสียภาษีอากรและปฏิบัติตามกฎหมายภาษีให้ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด และรักษาชื่อเสียงขององค์กรและความสัมพันธ์ที่เหมาะสมกับหน่วยงานภาษีของรัฐที่เกี่ยวข้อง
    • โครงสร้างทางภาษี
    • ให้มีการบริหารจัดการการจ่ายภาษีจากผลกำไรของบริษัทที่เกิดจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ก่อให้เกิดผลกำไรนั้น และจัดให้มีการเปิดเผยข้อมูลทางการเงินที่สำคัญต่อสาธารณะ ซึ่งให้รวมถึงภาษีในประเทศที่บริษัทดำเนินธุรกิจด้วย
      ให้ตระหนักถึงความเสี่ยงทั้งทางตรงและทางอ้อมจากการวางแผนภาษีเชิงรุก และไม่ให้มีการวางแผนภาษีอย่างไม่ถูกต้องที่มุ่งถึงการหลีกเลี่ยงภาษีและไม่มีสาระเชิงพาณิชย์ และไม่แสวงหาผลประโยชน์ทางภาษีในประเทศหรือดินแดนปลอดภาษี และหลีกเลี่ยงการเข้าไปเกี่ยวข้องกับประเทศเหล่านั้น
    • การกำหนดราคาโอน
    • เข้าทำธุรกรรมระหว่างบริษัทในกลุ่มไออาร์พีซีตามหลักการ Arm’s Length เพื่อให้การเสียภาษีเป็นไปอย่างถูกต้องเป็นธรรม และสอดคล้องกับหน้าที่งานที่ทำและกลยุทธ์ทางธุรกิจ
    • สิทธิประโยชน์ทางภาษี
    • ให้มีการพิจารณาผลกระทบทางภาษีสำหรับโครงการลงทุนหรือเมื่อมีธุรกรรมใหม่โดยหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านภาษีของบริษัทเพื่อให้โครงการหรือธุรกรรมใหม่นั้น สอดคล้องกับกิจกรรมทางธุรกิจ กลยุทธ์องค์กร และถูกต้องตามกฎหมาย นอกจากนี้ให้พิจารณาสิทธิประโยชน์ทางภาษีหรือมาตรการยกเว้นภาษีที่เกี่ยวข้องเพื่อประโยชน์ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
    • การบริหารความเสี่ยงทางภาษี
    • ให้มีการระบุ ประเมิน บริหารความเสี่ยงทางภาษี และรายงานให้ผู้บริหารทราบ รวมทั้งการจัดการด้านภาษีต่างๆ ต้องมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องรองรับ โดยทบทวนกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้มั่นใจว่าความเสี่ยงที่เกิดขึ้นใหม่ได้ถูกจัดการอย่างทันท่วงที
  • ข้อ 2. การประสานงานด้านภาษีกับหน่วยงานราชการ
    • ต้องจัดให้มีผู้รับผิดชอบด้านภาษี และในการประสานงานด้านภาษีกับหน่วยงานราชการต้องดำเนินการโดยผู้รับผิดชอบด้านภาษีเท่านั้น เพื่อให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องสามารถนำส่งให้แก่หน่วยราชการได้ตรงเวลา และเพิ่มความโปร่งใสในการจัดการงานด้านภาษีอากรของกลุ่มไออาร์พีซี
  • ข้อ 3. ที่ปรึกษาภาษีอากร
    • ให้พิจารณารายการธุรกรรมที่มีความซับซ้อนเพื่อเป็นการลดความเสี่ยงทางภาษี ปฏิบัติได้ถูกต้องตามกฎหมายและสร้างประโยชน์สูงสุด รวมทั้งความจำเป็นในการจัดจ้างที่ปรึกษาภาษีอากรที่มีความเชี่ยวชาญกับปัญหาที่ต้องการรับคำปรึกษาก่อนเข้าทำธุรกรรมดังกล่าว