ห่วงโซ่คุณค่าเพื่อความยั่งยืน

การบริหารห่วงโซ่อุปทานแบบบูรณาการนั้นเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญของกลยุทธ์เพื่อการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ไออาร์พีซี จึงมุ่งมั่นที่จะบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดย มีวัตถุประสงค์ที่จะตอบสนองความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนในทุกๆ กระบวนการตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่การจัดหาน้ำมันดิบและวัตถุดิบ การจัดซื้อจัดหาทั่วไป จนไปถึงการบริหารจัดการการขนส่ง และได้นำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อสร้างรากฐานที่มั่นคงซึ่งจะช่วยพัฒนาศักยภาพของคู่ธุรกิจและลูกค้าให้เติบโตควบคู่กันไปอย่างยั่งยืน

การจัดหาน้ำมันดิบและวัตถุดิบ

แนวทางการบริหารจัดการ

การจัดหาวัตถุดิบนับเป็นหนึ่งในกระบวนการหลักที่สำคัญต่อการดำเนินธุรกิจ การมีระบบบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพจะสามารถทำให้มั่นใจได้ว่า ไออาร์พีซี จะไม่ได้รับผลกระทบต่อการจัดหาน้ำมันดิบและวิตถุดิบ ซึ่งอาจทำให้การดำเนินงานของบริษัทหยุดชะงัก ไออาร์พีซี จึงได้เริ่มวางแผนการจัดหาน้ำมันดิบและวัตถุุดิบในรูปแบบระยะยาว (Long Term) และประเภทครั้งคราว (Spot) ให้สอดคล้องกับความต้องการ รวมถึงการบริหารความเสี่ยงในด้านราคาและต้นทุนของวัตถุดิบและสินค้าคงคลัง จนถึงการส่งมอบน้ำมันดิบและวัตถุดิบ

สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมด้านการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานได้ที่ [LINK]

การบริหารจัดการจัดซื้อจัดหา

แนวทางการบริหารจัดการ

ไออาร์พีซี ให้ความสำคัญและมุ่งมั่นต่อการพัฒนาการบริหารจัดการจัดซื้อจัดหาอย่างยั่งยืน ซึ่งนับเป็นหนึ่งในกลยุทธ์หลักของฝ่ายจัดซื้อจัดหา (Procurement Department) ไออาร์พีซี จึงพัฒนาระบบการบริหารจัดหาอย่างต่อเนื่อง โดยการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ในกระบวนการดำเนินงาน เพื่อตอบสนองต่อกลุ่มผู้ใช้งานในไออาร์พีซี และคู่ค้า ให้ดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ระบบยังอำนวยความสะดวกให้คู่ค้าสามารถปรับเปลี่ยนข้อมูลสินค้าและบริการได้ด้วยตนเอง รวมถึงเป็นช่องทางสื่อสารให้กับคู่ค้าเพื่อดำเนินตามแนวปฏิบัติด้านการจัดซื้้อจัดหาอย่างยั่งยืนของไออาร์พีซี นอกจากนี้ไออารพีซี ได้ดำเนินการประเมินความเสี่ยงด้าน ESG ต่อคู่ค้าหลัก (Tier 1 Supplier) ทั้งหมดและหาแนวทางในการพัฒนาศักยภาพด้านการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนร่วมกัน ทั้งนี้ ไออาร์พีซี ได้จัดทำการสำรวจความพึงพอใจและข้อคิดเห็นของคู่ค้าเป็นประจำ เพื่อเป็นการวิเคราะห์และปรับปรุุงกระบวนการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ไออาร์พีซี ได้นำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาประยุกต์ใช้เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ภายใต้โครงการ PRO4.0 โดยมีระบบดังนี้

  1. Demand Planning Platform เพื่อรวบรวมข้อมูลการจัดซื้อจัดหาจากแต่ละแผนก เพื่อทำให้ข้อมูลมีความถูกต้อง รวดเร็ว และมีรายละเอียดเพียงพอต่อการวางแผนการจัดซื้จัดหา
  2. Spend Cube Analysis เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพของการจัดซื้อและลดต้นทุนการสั่งซื้อสินค้า
  3. Process Workflow Redesign เพื่อปรับปรุงกระบวนการจัดซื้อให้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  4. Supplier Relationship Management (SRM) เพื่อบริหารจัดการข้อมูลต่าง ๆ ของคู่ค้าทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นข้อมููลทั่วไป ข้อมููลของสินค้าหรือบริการที่คู่ค้าสามารถสนองตอบความต้องการของไออาร์พีซี และข้อมููลต่าง ๆ ที่ได้จากการประเมินผลการดำเนินงานของคู่ค้า

การบริหารจัดการการขนส่ง

แนวทางการบริหารจัดการ

การบริหารจัดการขนส่งของไออาร์พีซี ประกอบด้วยการรับเรือขนส่งน้ำมันดิบที่ท่าเรือด้วยมาตรการขนถ่ายน้ำมันดิบอย่างปลอดภัย โดยกำหนดให้มีการตรวจและประเมินเรือก่อนที่จะเทียบท่าและทำการขนถ่ายสินค้าเพื่อระบุความเหมาะสมตามมาตรการความปลอดภัยของท่าเรือ ทั้งนี้ การตรวจประเมินเรือพิจารณาจาก Ship Inspection Report Program (SIRE) ตามมาตรฐานการตรวจประเมินเรือ Oil Companies International Marine Forum (OCIMF) เพื่อตรวจสอบจุดที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อบุคคลและสิ่งแวดล้อม โดยเทียบเคียงกับแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practices) นอกจากนี้ไออาร์พีซี ยังกำหนดให้เจ้าของเรือ (Tanker Owner) ทำแบบสอบถาม SIRE Vessel Inspection Questionnaires (VIQs) เพื่อระบุประเด็นด้านความปลอดภัยและการมลพิษที่เกิดขึ้น รวมถึงการตรวจสอบใบรับรองและเอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ยังมีการประเมินความสามารถในด้านการสื่อสารของลูกเรือ ตลอดจนการพิจารณาประสบการณ์การทำงานและการได้รับการฝึกอบรมที่เพียงพอ รวมถึงกำหนดให้มีมาตรการการบริหารความปลอดภัยต่าง ๆ ในเรือ อาทิ การตรวจสอบความพร้อมของอุปกรณ์ช่วยชีวิตและอุปกรณ์ดับเพลิงเป็นประจำ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับสถานการณ์ฉุุกเฉิน และมีการบริหารจัดการระบบเรือที่สม่ำเสมอ เพื่อลดโอกาสในข้อผิดพลาดของเรือและเพิ่มความสามารถดำเนินการในพื้นที่ที่มีปัญหาที่อาจทำให้เกิดผลกระทบร้ายแรงในระยะยาว

นอกเหนือจากการขนส่งทางเรือแล้ว ไออาร์พีซี มีการบริหารจัดการขนส่งทางบกที่มีประสิทธิภาพทั้งด้านปริมาณและคุณภาพ ส่งมอบสินค้าได้ตามกำหนดเวลาที่ลูกค้าต้องการอย่างปลอดภัยต่อชุมชนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีการจัดการขนส่งอย่างเป็นระบบและสามารถติดตามตรวจสอบได้ตลอดเวลาด้วยระบบ GPS นอกจากนี้ ไออาร์พีซี ได้ร่วมมือกับกลุ่ม ปตท. ภายใต้กลุ่ม GLM (Group Logistics Management) ในการส่งเสริมการลดปริมาณการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงในการขนส่ง รวมถึงการสนับสนุนให้ขับขี่อย่างปลอดภัยเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้า จึงทำให้มีลูกค้าเม็ดพลาสติกมากกว่าร้อยละ 90 เป็นลูกค้าที่ไออาร์พีซีให้บริการการขนส่ง และในปัจจุบัน ไออาร์พีซี มีการขนส่งเม็ดพลาสติกในปริมาณเฉลี่ย 90,000 ตันต่อเดือน

การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน

แนวทางการบริหารจัดการ

1. นโยบาย

จากวัตถุประสงค์ของการสนับสนุนความยั่งยืนด้านการจัดซื้อเป็นเลิศ (Sustainable Procurement Excellence) ไออาร์พีซี มุ่งมั่นที่จะดำเนินกิจกรรมด้านการจัดซื้อภายใต้กลยุทธ์ 5 ประการ ได้แก่ 1) Smart Buyer 2) Data Management 3) Supplier Relationship Management (SRM) 4) Sustainable Management และ 5) Synergy & Collaboration

1.  กลยุทธ์ Smart Buyer เน้นการสรรหาแบบ Strategic Sourcing
2.  กลยุทธ์ Data Management  เน้นการจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ที่เป็นระบบมากขึ้น เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในองค์กร
3.  กลยุทธ์ Supplier Relationship Management (SRM) เน้นการลดค่าใช้จ่าย ตลอดจนการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีร่วมกันเพื่อเสริมสร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกันร่วมกับคู่ค้า
4.  กลยุทธ์ Sustainable Management เน้นการบูรณาการองค์ประกอบด้าน ESG เข้าไปในการบริหารจัดการคู่ค้า
5.  กลยุทธ์ Synergy & Collaboration (ภายในและภายนอกองค์กร และกลุ่ม ปตท.) เน้นในการเสริมสร้างการดำเนินงานทั้งหมดตลอดห่วงโซ่อุปทาน

 

ไออาร์พีซี ปฏิบัติตามระเบียบการจัดซื้อด้วยวิธีและมาตรการตามระบบ รวมถึงการจัดนโยบายด้านการจัดซื้อให้เป็นเลิศภายใต้โครงการ EVEREST ซึ่งมุ่งเน้นที่

  • การเสริมสร้างประสิทธิภาพในการบริหารชิ้นส่วน อุปกรณ์ และสินค้าคงคลัง
  • การจัดซื้อจัดหาวัตถุดิบ เคมีภัณฑ์ และอุปกรณ์ต่างๆ
  • การว่าจ้างแรงงานแบบ Strategic service hiring
  • การเสริมสร้างทักษะและความสามารถของพนักงานจัดซื้อ
2. กระบวนการและระบบบริหารจัดการ

ไออาร์พีซี มุ่งมั่นที่จะพัฒนากลยุทธ์การจัดซื้อจัดหาอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นที่จะควบคุมคุณภาพของสินค้าและบริการ รวมถึงกระบวนการบริหารความเสี่ยงที่คำนึงถึงประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแล (ESG)  ตลอดจนการพิจารณาจากการปฏิบัติตามกฎหมายแรงงาน กฎหมายสิ่งแวดล้อมและระบบการจัดการคุณภาพอื่น ๆ เพื่อลดความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพ ปริมาณการส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการ รวมไปถึงความไว้วางใจของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการดำเนินงานของไออาร์พีซี

 

จรรยาบรรณของคู่ค้าต่อความยั่งยืน (Supplier Sustainable Code of Conduct)

ไออาร์พีซี มุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจด้วยความเป็นธรรม ถูกต้องตามกฎหมาย และมีการกำกับดูแลกิจการที่ดีควบคู่ไปกับการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เกิดความสมดุลในทุก ๆ ด้าน เพื่อเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน ไออาร์พีซี เผยแพร่นโยบายนี้ และสนับสนุนให้คู่ค้านำหลักการดังกล่าวไปปฏิบัติ เพื่อขยายผลออกไปสู่สังคมในวงกว้างด้วย ดังนั้นเพื่อให้มีความเข้าใจถูกต้องร่วมกัน  ไออาร์พีซี จึงได้จัดทำคู่มือการดำเนินงานจัดหาอย่างยั่งยืน เพื่อเป็นแนวทางให้คู่ค้านำไปปฏิบัติและกำหนดให้ประกาศนโยบายการจัดซื้อที่ยั่งยืน (Sustainable Procurement Policy) เพื่อใช้เป็นแนวปฏิบัติเดียวกับ ไออาร์พีซี ในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนต่อไป ในกรณีที่พบว่าคู่ค้าไม่ได้ปฏิบัติตามนโยบายดังกล่าว ไออาร์พีซี อาจมีแนวทางดำเนินการต่อคู่ค้า โดยพิจารณาจากผลกระทบและความเสียหายที่จะเกิดขึ้นต่อไปตามความเหมาะสม

จรรยาบรรณของคู่ค้า (Supplier Code of Conduct) ครอบคลุมทุกธุรกิจในทุกๆ ด้าน อาทิ จรรยาบรรณในด้านธุรกิจ ด้านสิทธิมนุษยชน และด้านความปลอดภัย สุขภาพ และสิ่งแวดล้อม  นอกจากนี้ ไออาร์พีซีกำหนดให้คู่ค้าลงนามและปฏิบัติตามจรรยาบรรณอย่างเคร่งครัด ตลอดจนสนับสนุนให้คู่ค้าของคู่ค้าปฏิบัติตามหลักการยั่งยืนในการดำเนินธุรกิจ ทั้งนี้จรรยาบรรณดังกล่าว ประกอบด้วย

  • มาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมสำหรับการดำเนินงาน การผลิตสินค้าและบริการของคู่ค้า
  • การห้ามใช้แรงงานเด็ก
  • สิทธิมนุษยชนที่สำคัญ อาทิ สิทธิแรงงาน เสรีภาพในการรวมตัว (freedom of association) และอนุสัญญา ILO
  • สภาพการทำงาน อาทิ ชั่วโมงทำงาน การเลิกจ้าง และค่าตอบแทน
  • อาชีวอนามัยและความปลอดภัย
  • จรรยาบรรณทางธุรกิจ อาทิ คอร์รัปชัน และการปฏิบัติต่อคู่แข่งทางการค้า
  • คู่ค้าของไออาร์พีซีควรมีนโยบายจัดซื้ออย่างยั่งยืนเพื่อให้คู่ค้าทางอ้อมปฏิบัติตาม

ทั้งนี้ ไออาร์พีซี ดำเนินพัฒนาระบบการจัดซื้ออย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระดับสากลและเพื่อให้การดำเนินธุรกิจร่วมกันกับคู่ค้าเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว ไออาร์พีซี จึงจัดทำเว็บพอร์ทัลขึ้น ซึ่งเป็นทั้งช่องทางในการสื่อสารกับคู่ค้าและช่องทางในการตรวจสอบการจัดซื้ออย่างครบวงจร นอกจากนี้ยังมีระบบ e-Auction ที่เปิดโอกาสให้คู่ค้าแข่งขันกันอย่างเสรี โดยคู่ค้าสามารถเสนอราคาที่ดีที่สุดที่ยอมรับได้กันทั้งสองฝ่าย

สามารถอ่านคู่มือดำเนินงานจัดซื้อจัดหาอย่างยั่งยืนได้ที่

คู่มือดำเนินงานจัดซื้อจัดหาอย่างยั่งยืน

การตระหนักตลอดห่วงโซ่อุปทาน

ไออาร์พีซี วิเคราะห์การใช้จ่าย (Spend Analysis) แยกสำหรับการจัดซื้อวัตถุดิบตั้งต้น (Feedstock) ของธุรกิจปิโตรเลียมและปิโตรเคมี และการจัดซื้อทั่วไปสำหรับสารประกอบและเคมีภัณฑ์  โดยปัจจุบันมีสองหน่วยงานที่รับผิดชอบการตรวจสอบการใช้จ่ายของธุรกิจตนเอง แบ่งเป็น

1) ฝ่ายจัดซื้อที่ทำหน้าที่ในการติดตามค่าใช้จ่ายของเคมีภัณฑ์ ชิ้นส่วนประกอบ และอย่างอื่นที่เกี่ยวข้อง

2) ฝ่ายจัดซื้อที่ทำหน้าที่ติดตามค่าใช้จ่ายสำหรับโรงกลั่นและวัตถุดิบปิโตรเคมีทุกประเภท

ไออาร์พีซี ใช้การวิเคราะห์ค่าใช้จ่าย (Spend Analysis) เพื่อตรวจสอบข้อมูลรายจ่ายโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลดต้นทุนการจัดซื้อ เพิ่มประสิทธิภาพ และติดตามการปฏิบัติตามกฏหมาย นอกจากนี้ ไออาร์พีซี จัดทำการวิเคราะห์ความสำคัญของคู่ค้า เพื่อให้สามารถระบุคู่ค้าที่สำคัญต่อธุรกิจของไออาร์พีซี โดยมีหลักเกณฑ์ในการวิเคราะห์ดังนี้

  • คู่ค้าที่มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างที่สูง (High expenditure)
  • คู่ค้าที่จัดส่งสินค้าและบริการที่เป็นองค์ประกอบสำคัญ (Critical parts/component)
  • คู่ค้าที่ไม่สามารถทดแทนได้ (Non-substitutable)
  • คู่ค้าที่มีความสัมพันธ์เชิงกลยุทธ์ (Strategic Relationship)

นอกจากนี้ การบริหารความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทาน ยังครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการคัดเลือกคู่ค้าและการบริหารความเสี่ยงของคู่ค้า ซึ่งคำนึงถึงผลกระทบในด้านคุณภาพของสินค้าและบริการ สิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการ ทั้งนี้หากคู่ค้าจะดำเนินธุรกิจร่วมกับไออาร์พีซี คู่ค้าจะต้องลงทะเบียนและผ่านขั้นตอนการอนุมัติล่วงหน้าและตอบแบบสอบถามประเมินตนเอง

การประเมินความเสี่ยงด้าน ESG

เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากกระบวนการจัดซื้อและการเสริมสร้างระบบจัดซื้อที่ยั่งยืน ไออาร์พีซี จัดทำการประเมินความเสี่ยงของคู่ค้า ที่คำนึงถึงความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจ สังคม และการกำกับดูแล (ESG) ซึ่งการประเมินดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อมุ่งเน้นในการระบุความเสี่ยงต่อความยั่งยืนขององค์กรในกระบวนการจัดซื้อจัดหา อาทิ การใช้แรงงานเด็ก การใช้แรงงานบังคับ หรือการซื้อสารเคมีที่มีสารต้องห้าม โดยการประเมินความเสี่ยงจะพิจารณาจากโอกาสที่จะเกิดขึ้น (Likelihood) และความรุนแรงของผลกระทบ (impact) ต่อองค์กรและผู้มีส่วนได้เสียโดยใช้ข้อมูลเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ

คำนิยามของคู่ค้าที่มีความเสี่่ยงด้านความยั่่งยืนสููง

 

 

มาตรการการบริหารความเสี่ยง

ไออาร์พีซี ทำการวิเคราะห์ถึงสาเหตุที่แท้จริง (Root Cause Analyses) และจัดเตรียมแผนการบรรเทาความเสี่ยงสำหรับคู่ค้าที่มีความเสี่ยงด้านความยั่งยืนสูง โดยมีฝ่ายจัดซื้อทำหน้าที่ติดตามการดำเนินของแผนการบรรเทาความเสี่ยงอย่างใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจได้ว่าแผนดังกล่าวมีประสิทธิภาพเพียงพอในการลดผลกระทบและโอกาสที่จะเกิดขึ้น ตลอดจนกำหนดให้สำนักงานตรวจสอบภายใน (Internal Audit Office) ทำการประเมินอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งผลลัพธ์จากการติดตามแผนการดังกล่าวจะนำเสนอต่อผู้บริหารรายไตรมาส

การประเมินความเสี่ยงของห่วงโซ่อุปทานและแผนดำเนินการแก้ไข

นอกเหนือจากการประเมินความเสี่ยงที่ได้ระบุไว้ ไออาร์พีซี ได้จัดตั้งนโยบายเพื่อส่งเสริมให้คู่ค้าปฏิบัติตามหลักการพัฒนายั่งยืนของไออาร์พีซี เพื่อบริหารความเสี่ยงและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการปฏิบัติที่ผิดของคู่ค้าต่อไออาร์พีซี โดยหลักการดังกล่าวประกอบด้วยหลักสิทธิมนุษยชน อาชีวอนามัยและความปลอดภัย จรรยาบรรณทางธุรกิจ และการต่อต้านการคอร์รัปชัน1 ทั้งนี้ เพื่อให้แน่ใจว่าคู่ค้ารวมถึงผู้รับเหมาปฏิบัติตามนโยบายดังกล่าวอย่างเคร่งครัด ไออาร์พีซี จึงกำหนดให้การประเมินคู่ค้าเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการจัดซื้อ ซึ่งกำหนดให้คู่ค้าประเมินศักยภาพของตนเองและตอบแบบสอบถามที่เกี่ยวข้องกับประเด็นต่าง ๆ ที่กล่าวมาข้างต้น

หมายเหตุ: ในปี 2563 ไออาร์พีซีไม่พบกรณีที่เกี่ยวข้องกับการคอร์รัปชันในทุกรูปแบบ ไออาร์พีซีเป็นสมาชิกแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต (CAC) ซึ่งมีการกำหนดให้รายงานกรณีที่เกี่ยวข้องกับการคอร์รัปชัน ในปี 2563 ไออาร์พีซีไม่พบกรณีที่ปฏิบัติต่อคู่แข่งทางการค้า (Anti-Competitive Practices) จาก 1) ช่องทางและระบบการร้องเรียน 2) การส่งความคิดเห็นผ่านเว็บไซต์ 3) Annual Reputation Survey

ในปี 2563 16 คู่ค้า (ร้อยละ 1 ของคู่ค้า) ได้รับการประเมินความเสี่ยงต่อการคอร์รัปชัน โดย 16 คู่ค้าที่สำคัญ (ร้อยละ 27 ของคู่ค้าที่สำคัญ) และ 16 คู่ค้าที่มีความเสี่ยงสูง (ร้อยละ 27 ของคู่ค้าที่มีความเสี่ยงสูง) ได้รับการตรวจสอบจากผู้ตรวจสอบของไออาร์พีซี (IRPC’s certified auditors) และผู้ตรวจสอบภายนอกจากสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ (Management System Certification Institute (Thailand); MASCI) โดยมีหัวข้อในการประเมินดังนี้

  1. นโยบายและมาตรฐาน
  2. บริหารองค์กรแบบบูรณาการอย่างมีคุณค่า (Business Integrity)
  • จรรยาบรรณทางธุรกิจและความโปร่งใส
  • มาตรฐานคุณภาพ
  • ความต่อเนื่องทางธุรกิจ/ธุรกิจหยุดชะงัก
  1. สังคม
  • สิทธิมนุษยชน
  • ความสัมพันธ์ของแรงงาน (Labour Relations)
  • ความรับผิดชอบต่อสังคม
  1. อาชีวอนามัยและความปลอดภัย
  • การตรียมพร้อมด้านความปลอดภัยและเหตุฉุกเฉิน
  1. สิ่งแวดล้อม
  • การป้องกันมลพิษและการลดทรัพยากร

ทั้งนี้ ไออาร์พีซี ได้เตรียมแผนการดำเนินการแก้ไขร่วมกับคู่ค้าที่ไม่ได้ปฏิบัติตามข้อกำหนดของไออาร์พีซี โดยเฉพาะผลลัพธ์ที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดในประเด็นด้านความปลอดภัยของผู้รับเหมา ไออาร์พีซีจึงดำเนินการแจ้งทันทีพร้อมกับวางแผนการแก้ไขเพื่อป้องกันการเกิดเหตุซ้ำและพัฒนาการดำเนินงานในอนาคต โดยได้สรุปแผนการแก้ไขให้กับผู้ถูกตรวจสอบที่ไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดทั้งหมดเพื่อแก้ไขปัญหาและพัฒนาผลการดำเนินงานด้าน ESG นอกจากนี้ ไออาร์พีซี ยังให้ข้อแนะนำแก่คู่ค้าที่ผ่านการตรวจสอบเพื่อพัฒนาการดำเนินงานด้าน ESG อย่างต่อเนื่อง

การรวมประเด็น ESG ในการคัดเลือกคู่ค้า

คู่ค้ารายใหม่และคู่ค้าปัจจุบันจะต้องผ่านการประเมินเพื่อถูกคัดเลือกให้อยู่ในรายชื่อคู่ค้า (Approved Vendor List) ของไออาร์พีซี โดยมีการประเมินประเด็นด้าน ESG 5 ประเด็น ดังนี้

  1. การสร้างความตระหนักและเข้าใจถึงนโยบายความยั่งยืนของไออาร์พีซี (Supplier Code of Conduct)
  2. การรับรองว่าการดำเนินงานของคู่ค้าและผู้รับเหมาสอดคล้องกับแนวปฏิบัติของไออาร์พีซี (IRPC’s Way of Conduct)
  3. การพัฒนาและส่งเสริมการบริหารอย่างยั่งยืนในคู่ค้าและผู้รับเหมา
  4. การสร้างความสัมพันธ์อย่างโปร่งใส
  5. การลดความเสี่ยงและพัฒนาผลการดำเนินงานของคู่ค้าและผู้รับเหมา

ในการประเมินคู่ค้า คู่ค้าจะต้องได้รับคะแนนรวมอย่างน้อยร้อยละ 70 เพื่อผ่านการประเมิน โดยร้อยละ 25 ของการประเมินจะถูกแบ่งออกเป็นประเด็น ESG ที่กล่าวไว้ข้างต้น

 ผลการดำเนินงาน

สรุปผลการดำเนินการวิเคราะห์ค่าใช้จ่าย ในปี 2563

ค่าใช้จ่ายทั้งหมด

ปี
2559
2560
2561
2562
2563
ค่าใช้จ่ายการจัดซื้อ (พันล้านบาท)
132.72
151.49
204.53
164.41
134.25

 

ค่าใช้จ่ายจำแนกโดยประเภท ในปี 2563

 

 

ค่าใช้จ่ายในคู่ค้าท้องถิ่นและการจัดซื้อ 

ปี
2559
2560
2561
2562
2563
ร้อยละ ค่าใช้จ่ายในท้องถิ่นจากค่าใช้จ่ายจัดซื้อทั้งหมด
28%
22%
19%
21%
18%

 

ค่าใช้จ่ายในระดับภูมิภาค ในปี 2563

 
อื่น ๆ
ยุโรป
อเมริกาเหนือ
เอเชีย
ค่าจัดซื้อตามภูมิภาค (พันล้านบาท)
0
0.4
0.23
10.12

จำนวนการจัดซื้อจัดหาและคู่ค้าที่สำคัญทั้งหมด

ปี
2559
2560
2561
2562
2563
จำนวนการจัดซื้อจัดหาทั้งหมด
2071
2140
2166
2043
1998
จำนวนคู่ค้าหลักที่มีความสำคัญ (Critical Tier 1 Supplier) ทั้งหมด
96
95
117
65
59
จำนวนคู่ค้ารองที่มีความสำคัญ (Critical Nontier 1 Supplier) ทั้งหมด
2
2
2
2
2

หมายเหตุ: การวิเคราะห์ค่าใช้จ่าย (Spend Analysis) ถูกวิเคราะห์จากค่าใช้จ่ายทั้งหมดกับจำนวนคู่ค้าทั้งหมด

 

เป้าหมายและ KPI การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน

 
2560
2561
2561
2563
อัตราการบาดเจ็บทางขนส่ง (เวลาต่อ 1 ล้าน กม.)
0.07
0
0
0
คู่ค้าและผู้รับเหมาที่สำคัญที่ผ่านการประเมินความยั่งยืน (ร้อยละ)
100%
100%
100%
100%
มูลค่าการจัดซื้อจัดหาในท้องถิ่น (จังหวัดระยอง) สำหรับการจัดซื้อจัดหาทั่วไป (General Procurement)(ร้อยละ)
22%
19%
21%
18%

 

© Copyright 2021 IRPC Public Company Limited. All rights reserved.
logo