การบริหารการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ
ภูมิอากาศ พลังงาน และการจัดการทรัพยากรน้ำ

แนวทางการบริหารจัดการ

ไออาร์พีซี ตระหนักถึงผลกระทบทางตรงและทางอ้อมจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศตลอดห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจน้ำมันและปิโตรเคมี จึงให้ความสำคัญต่อการบริหารจัดการสภาพภูมิอากาศ โดยกำหนดกลยุทธ์และทิศทางตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง และกำหนดดัชนีชี้วัด (KPI) เพื่อติดตามการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ได้แก่ ดัชนีการใช้พลังงาน (Energy Efficiency Index) ให้เป็นตัวชี้วัดในการประเมินผลการดำเนินของพนักงานทุกระดับ ตั้งแต่ระดับกรรมการผู้จัดการใหญ่ลงมายังระดับพนักงานในสายงานปฏิบัติการผลิต นอกจากนี้ ไออาร์พีซี ยังมีการรายงานผลการดำเนินงานต่อคณะกรรมการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม รวมถึงรายงานในการประชุมของฝ่ายจัดการและคณะกรรมการบริษัทฯ ในส่วนของตัวชี้วัดของหน่วยปฏิบัติการ อาทิ การปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการบริหารจัดการน้ำ จะถูกนำเสนอและรายงานต่อคณะกรรมการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม (Environmental Management Committee) และคณะกรรมการบริหารจัดการกลุ่มโรงงานระยอง (Management Committee of Rayong Management Committee)

 

การบริหารการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

1. นโยบาย

ไออาร์พีซี มีกลยุทธ์การบริหารจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยริเริ่มกลยุทธ์ระยะสั้นในปี 2563 และกำหนดกลยุทธ์ในระยะยาวภายในปี 2573 โดยมีเป้าหมายเพื่อลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางตรงและทางอ้อมและการใช้น้ำ สอดคล้องกับนโยบายคุณภาพ ความมั่นคง ความปลอดภัย อาชีวอนามัย สิ่งแวดล้อม และการจัดการพลังงาน (QSSHE) ไออาร์พีซี มีเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงร้อยละ 20 ภายในปี 2573 เมื่อเทียบกับปี 2555 ทั้งนี้ ไออาร์พีซี มีจุดประสงค์ที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการเป็นผู้นำด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตามความตกลงปารีส (Paris Agreement) ที่มีเป้าหมายการควบคุมอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกให้เพิ่มขึ้นไม่เกิน 2 องศาเซลเซียส ดังนั้น ไออาร์พีซี จึงริเริ่มโครงการเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ระบุความเสี่ยงต่อสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง แก้ปัญหาด้านสภาพภูมิอากาศ และมุ่งสู่โอกาสการเป็นสังคมคาร์บอนต่ำ รวมถึงการให้ความร่วมมือกับองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ไออาร์พีซี มุ่งมั่นที่จะพัฒนาองค์กรตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (UN Sustainable Development Goals: SDGs) และปัจจัยต่าง ๆ ในคำแสดงเจตจำนงด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (IRPC Climate Change Statement)

2. กระบวนการและระบบบริหารจัดการ

การประเมินความเสี่ยงและโอกาสด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change Risks and Opportunities Assessment)

ไออาร์พีซี มีการพิจารณาความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในการประเมินความเสี่ยงขององค์กร โดยใช้ Risk Matrix ในการจัดลำดับความสำคัญความเสี่ยงขององค์กร ซึ่งพิจารณาจากระดับโอกาส(Risk Likelihood) และผลกระทบของความเสี่ยง (Risk Impact) ต่อองค์กรในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม รวมถึงให้ความสำคัญกับการคงความสมดุลในปัจจัยทั้ง 3 ด้าน

ไออาร์พีซี จำแนกความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศออกเป็น 4 กลุ่ม ดังนี้

  1. ความเสี่ยงด้านกายภาพ (Physical Risks): การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ อาทิ ภัยแล้ง น้ำท่วม และเหตุการณ์สภาพภูมิอากาศสุดขั้ว (Extreme Weather Events) ซึ่งอาจทำให้การดำเนินธุรกิจหยุดชะงัก
  2. ความเสี่ยงต่อกฎระเบียบ (Regulatory Risks): จากการเสนอราคาคาร์บอน (Carbon Price) ในตลาดผ่านการค้าคาร์บอนแบบกำหนดเพดาน อาทิ Cap-and-Trade และภาษีคาร์บอน (Carbon Tax)
  3. ความเสี่ยงต่อชื่อเสี่ยง (Reputational Risks): ความเสี่ยงต่อชื่อเสียงอุตสาหกรรมและผู้มีส่วนได้เสียที่เกิดขึ้นใหม่มีแนวโน้มที่จะควบคุมยาก ความเสี่ยงต่อชื่อเสี่ยงของไออาร์พีซี ประกอบด้วยภาพลักษณ์ภายในอุตสาหกรรม และโครงการแก้ไขการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
  4. ความเสี่ยงต่อลูกค้า (Customer Risks): จากโครงสร้างผู้ถือหุ้นของไออาร์พีซี ทางองค์กรประเมินความเสี่ยงต่อลูกค้าในระดับต่ำ แต่มองว่าความเสี่ยงของตลาดโดยรวมเป็นปัจจัยที่สำคัญ ความเสี่ยงต่อลูกค้าของไออาร์พีซี ประกอบด้วยข้อบังคับการติดฉลาก มาตรฐานที่เกี่ยวข้อง และการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมลูกค้า

ไออาร์พีซี จัดการประเมินความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศเป็นประจำทุกปี รวมถึงจัดการวิเคราะห์ความอ่อนไหว (Sensitivity Analysis) เพื่อประเมินค่าใช้จ่ายโครงการลดก๊าซเรือนกระจก

 

กลยุทธ์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

จากสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต ไออาร์พีซี ตระหนักถึงความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับกฎระเบียบตามความตกลงปารีสที่ประเทศไทยได้แสดงเจตนารมณ์ที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อควบคุมอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกในปี 2559 รวมถึงการเปลี่ยนแปลงความต้องการของตลาดไปสู่ผลิตภัณฑ์คาร์บอนต่ำ และเทคโนโลยีคาร์บอนต่ำที่ก้าวหน้าขึ้น (อาทิ แบตเตอร์รีและรถยนต์พลังงานไฟฟ้า) รวมถึงความเสี่ยงทางกายภาพที่อาจทวีความรุนแรงขึ้น (อาทิ สภาพอากาศที่รุนแรง อุทกภัย และภาวะขาดแคลนน้ำ) อย่างไรก็ตาม ในส่วนของโอกาสที่เกิดขึ้นใหม่ ไออาร์พีซี มองโอกาสในการเติบโตของธุรกิจผลิตภัณฑ์คาร์บอนต่ำ และการใช้พลังงานทดแทน ซึ่งไออาร์พีซี ได้มีการลงทุนในโครงการดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่องเพื่อบริหารจัดการความเสี่ยง และแสวงหาโอกาสที่จะเป็นผู้นำด้านการจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ไออาร์พีซี ได้กำหนดกลยุทธ์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเพื่อเป็นกรอบการดำเนินงานระหว่างปี 2560 – 2563 ทั้งนี้ ประกอบด้วย 6 แผนงาน ดังนี้

จากการตระหนักถึงผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มีต่อธุรกิจน้ำมันและปิโตรเคมี ไออาร์พีซี จึงพัฒนากลยุทธ์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อให้องค์กรเป็นผู้นำในเรื่องดังกล่าว โดยกระบวนการกำหนดกลยุทธ์ดังกล่าวประกอบด้วย การระบุความเสี่ยงและโอกาส การเทียบเคียงกับอุตสาหกรรมเดียวกัน การประเมินความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสีย และการจัดตั้งประชุมเชิงปฏิบัติการร่วมกับผู้บริหาร ทั้งนี้ กลยุทธ์ดังกล่าวมีจุดประสงค์ที่จะทำให้เกิดการดำเนินการตามแผน และประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่กำหนดไว้

 

ผลิตภัณฑ์เพื่อสอดรับกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change Products)

ไออาร์พีซี มุ่งมั่นที่จะพัฒนาวิจัยผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าในหลากหลายรูปแบบ และการผลิตผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อแสวงหาโอกาสทางธุรกิจและปรับเปลี่ยนแปลงตามสภาวะทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม และนำองค์กรไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

ไออาร์พีซี ได้นำเสนอผลิตภัณฑ์ในหลากหลายรูปแบบเพื่อเป็นทางเลือกสำหรับผู้บริโภคที่ใส่ใจถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ดังนี้

  1. POLIMAXX Green ABS เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมจากยางธรรมชาติแทนยางสังเคราะห์ และการใช้งานของผลิตภัณฑ์นี้สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้
  2. POLIMAXX Green PS เป็นนวัตกรรมใหม่ที่ทำมาจากการผสมสไตรีนร้อยละ 20 – 50 กับยางธรรมชาติ โดยการพัฒนาผลิตภัณฑ์นี้เกิดจากการดำเนินงานร่วมกับลูกค้าเพื่อผลิตกรวยจราจรจากวัสดุยางพลาสติกที่สามารถลดส่วนผสมของยางสังเคราะห์ได้ร้อยละ 30
  3. POLIMAXX Wood Plastic Composite เป็นผลิตภัณฑ์พลาสติกที่ผสมกับผงไม้ในสัดส่วนที่เหมาะสม และเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำไปใช้ในการผลิตการบรรจุภัณฑ์และเฟอร์นิเจอร์ โดยผ่านมาตรฐาน Food Contact EU Regulation (FDA) สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในการบรรจุอาหาร
  4. POLIMAXX Nautral Pigment Color Compound เป็นผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในกลุ่มพลาสติกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยทำมาจากการผสมพลาสติกกับสีธรรมชาติแทนสีสังเคราะห์ ซึ่งประกอบด้วยสีเขียวจากผักขม สีแดงจากครั่ง มะเขือเทศ หรือสตอเบอรี่ สีเหลืองจากขมิ้น พริกหยวก หรือแคร์รอต ผลิตภัณฑ์นี้เป็นทางเลือกสำหรับผู้บริโภคในประเทศและต่างประเทศที่ใส่ใจถึงสุขภาพและความปลอดภัย
  5. ผลิตภัณฑ์ที่มีฉลากลดคาร์บอนประกอบด้วย HDPE PP PS และ EPS สามารถนำไปผลิตผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ อาทิ ถุงพลาสติก เครื่องใช้ไฟฟ้า และฉนวนกันความร้อน ฯลฯ ไออาร์พีซี ได้คิดค้นผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเพื่อประหยัดการใช้พลังงานและลดการใช้สารเคมีในกระบวนการผลิต
  6. น้ำมันแก๊สโซฮอล์
  7. น้ำมันไบโอดีเซล
  8. RMAXX L-Cement เป็นผลิตภัณฑ์พลาสติกที่มีส่วนผสมของซีเมนต์เพื่อให้มีการก่อรูปได้เร็ว
  9. RSS เป็นผลิตภัณฑ์ย่อยสลายได้ ซึ่งทำมาจากการผสมพลาสติกชนิด Pararene และแป้ง
  10. P301K เป็นผลิตภัณฑ์ที่นำไปผลิตแผ่นพลาสติกสำหรับการก่อสร้างโครงการผลังงานแสงอาทิตย์แบบทุ่นลอยน้ำ โดยลดปริมาณของส่วนผสมพลาสติกชนิด HDPE

นอกจากนี้ ไออาร์พีซี ยังให้ความสำคัญในการปรับเปลี่ยนการดำเนินงานเพื่อมุ่งสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ซึ่งประกอบด้วยโครงการผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกโพลิสไตรีนที่ขยายตัวได้ (Expandable Polystyrene: EPS) และ โครงการ Combined Heat and Power Project (CHPI)

  1. ผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกโพลิสไตรีนที่ขยายตัวได้ (Expandable Polystyrene: EPS) เป็นผลิตภัณฑ์ที่นำไปใช้ในการผลิตฉนวนกันความร้อนในการก่อสร้างเพื่อควบคุมอุณหภูมิและช่วยประหยัดพลังงาน
  2. โครงการ CHPI ใช้เชื้อเพลิงจากก๊าซธรรมชาติแทนน้ำมันเตา ซึ่งสามารถลดปริมาณการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากกว่า 260,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี

การลดการปล่อยมลสาร (Emissions Reduction)

เพื่อส่งเสริมการบริหารจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ไออาร์พีซี ได้ปรับปรุงกระบวนการผลิตและพัฒนาผลิตภัณฑ์คาร์บอนต่ำและผลิตภัณฑ์ประหยัดพลังงาน โดยมีการปรับปรุงการใช้พลังงานในกระบวนการผลิตอย่างต่อเนื่อง เพื่อทำให้เกิดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพ และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด รวมถึงการปรับปรุงประสิทธิภาพการความร้อนและไอน้ำ การลดไฟฟ้า การบริหารจัดการขนส่ง และโครงการต่าง ๆ ร่วมกับกลุ่ม ปตท. ต่างๆ

ไออาร์พีซี ได้จัดโครงการแยกเป็น 2 ประเภทเพื่อการประหยัดพลังงานและลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งประกอบด้วยโครงการควบคุมการดำเนินงาน (Operational Control) และโครงการปรับปรุงกระบวนการดำเนินงาน (Process Improvement)

  • โครงการควบคุมการดำเนินงาน (Operational Control) ประกอบด้วยการลดการใช้พลังงาน การสูญเสียความร้อนภายใน และการใช้ไอน้ำในกระบวนการผลิต
  • โครงการปรับปรุงกระบวนการดำเนินงาน (Process Improvement) ประกอบด้วยการติดตั้งอุปกรณ์ และการปรับปรุงกระบวนการผลิตไฟฟ้า

นอกจากนี้ ในปี 2563 ไออาร์พีซี ลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบทุ่นลอยน้ำ ขนาด 12.5 เมกะวัตต์ เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 550 พันล้านบาท ซึ่งสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงได้ประมาณ 10,510 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี

ราคาคาร์บอนภายในองค์กร (Internal Carbon Pricing)

จากสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระดับโลก ไออาร์พีซี จึงศึกษาแอปพลิเคชั่นด้านการกำหนดราคาคาร์บอนภายใน (Internal Cost of Carbon Applications) เพื่อพัฒนาความรู้ด้านก๊าซเรือนกระจกให้กับองค์กร โดยในปัจจุบัน ไออาร์พีซี อยู่ในกระบวนการวางแผนเพื่อจัดตั้งราคาเงาคาร์บอนหรือ Shadow Carbon Price ซึ่งจะนำราคาดังกล่าวมาใช้ในการประเมินโครงการที่จะลงทุนในอนาคต นอกจากนี้ ราคาคาร์บอนภายในองค์กรจะเป็นองค์ประกอบส่วนหนึ่งที่จะช่วยสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกที่มีมาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และลดภาษีคาร์บอน

การจัดการทรัพยากรน้ำ           

ไออาร์พีซี กำหนดกรอบการจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน (Sustainable Water Management Framework) เพื่อจัดการน้ำตลอดห่วงโซ่อุปทาน ประเมินความเสี่ยงด้านน้ำ และวิเคราะห์และพัฒนามาตรการควบคุมความเสี่ยง

ไออาร์พีซี ริเริ่มกลยุทธ์การใช้น้ำตามหลักการ 321RPSD ดังนี้

  • 3R – Reduce Reuse และ Recycle การใช้น้ำ
  • 2R – Reserve และ Responsibility ทรัพยากรน้ำ
  • 1P – การมีส่วนร่วมของประชาชนในการปรับปรุงและบริหารทรัพยากรน้ำ
  • SD – การบริหารอุปสงค์และอุปทานสำหรับการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื้องและไม่มีการขัดแย้งกับชุมชน
ไออาร์พีซี ตระหนักถึงความสำคัญในการกำหนดเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรน้ำเพื่อสอดคล้องกับนโยบายสาธารณะและความต้องการของชุมชนไออาร์พีซี มุ่งมั่นที่จะสร้างการมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้เสียในการจัดการทรัพยากรน้ำ โดยดำเนินโครงการต่าง ๆ ร่วมกับเจ้าหน้าที่และชุมชนท้องถิ่น อาทิ การประหยัดการใช้น้ำ การสำรองน้ำในภาวะแล้ง การส่งน้ำประปา และการวางแผนป้องกันน้ำท่วมในชุมชน นอกจากนี้ ไออาร์พีซี เป็นสมาชิกศูนย์บริหารจัดการและปฏิบัติการน้ำภาคตะวันออก (Eastern Water War Room Management) เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับหน่วยงานภาครัฐ (กรมชลประทาน การประปาส่วนภููมิภาค การนิคมอุุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสภาอุุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย) เพื่อแก้ใขปัญหาทรัพยากรน้ำในพื้นที่ภาคตะวันออก ไออาร์พีซี ยังมีส่วนร่วมกับคณะทำงานบริหารจัดการน้ำของกลุ่ม ปตท. (PTT Group Water Management Team: PTTWT) ในการวางแผนกลยุทธ์ บริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ และเพิ่มความมั่นคงทางด้านน้ำเพื่อใช้ในกระบวนการผลิต

กลยุทธ์ในการจัดการความเสี่ยงด้านการจัดการน้ำ

ไออาร์พีซี ได้นำน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติมาใช้ในกระบวนการผลิต โดยได้รับการจัดสรรจากกรมชลประทานจังหวัดระยอง โดยนำมาผ่านกระบวนการปรับปรุงคุณภาพเพื่อใช้ในระบบต่าง ๆ อาทิ ระบบการผลิตน้ำหล่อเย็น การผลิตน้ำปราศจากแร่ธาตุ การใช้น้ำเค็ม (saltwater) เพื่อดักจับก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (Flue Gas Desulfurization: FGD) โดยมีการควบคุมคุณภาพน้ำก่อนปล่อยออกสู่ภายนอกตามมาตรฐานของกรมโรงงานอุตสาหกรรมและหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ เพื่อให้เกิดการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ไออาร์พีซี จึงนำหลัก 3Rs มาใช้ในการบริหารจัดการน้ำ

การประเมินความเสี่ยงด้านการจัดการน้ำ

ไออาร์พีซี มีการบริหารจัดการความเสี่ยงเกี่ยวกับน้ำที่ครอบคลุมความเสี่ยงด้านกายภาพ อาทิ ปริมาณน้ำ คุณภาพน้ำ และความเสี่ยงด้านกฎระเบียบข้อบังคับ จากการประเมินความเสี่ยงด้วย Aqueduct Water Tool ของ World Resource Institute (WRI) พบว่า ไออาร์พีซี ตั้้งอยู่ในเขตความตึงเครียดของการใช้น้ำพื้้นฐาน (Baseline Water Stress)1 อยู่ในระดับต่ำ โดยผลการประเมินจะนำมาใช้ในการวางแผนบริหารจัดการน้ำ และใช้ทำการศึกษาคาดการณ์ความต้องการใช้น้ำในอนาคต

หมายเหตุ:  ความตึงเครียดการใช้น้ำพื้นฐาน (Baseline Water Stress) หมายถึงสัดส่วนการดึงน้ำมาใช้ของทั้งพื้นที่ต่อปริมาณน้ำที่มีอยู่ทั้งหมดของพื้นที่นั้น ๆ โดยพิจารณาถึงการใช้น้ำของพื้นที่ลุ่มน้ำตอนบนประกอบ (ที่มา: WRI Aqueduct 2014)

© Copyright 2021 IRPC Public Company Limited. All rights reserved.
logo